> ค้นหาประเภท,ยี่ห้อ สินค้า ในเว็บ
โดยการใส่คำที่ต้องการค้น
อ่านข่าวย้อนหลัง::

  • ประกาศดับไฟฟ้า จากการไฟฟ้านครหลวง 24 - 26 กันยายน 2547 รายละเอียด>>
    --------------------------------------------------------------------------
  • ทดลองใช้ฟรี! โปรแกรม Energy Data Monitoring (EDM) สำหรับผู้ใช้ PM500..รายละเอียด>>
    --------------------------------------------------------------------------
  • ผลิตภัณฑ์มัลติเซฟมอบโปรโมชั่นพิเศษในงาน Thailand Business Fair 2004 ที่ BITEC 27-29 กุมภาพันธ์ ไฮไลท์ประมูลมัลติเซฟเริ่มต้นที่ 9 บาท และเกมส์ลุ้นรางวัลมากมาย รายละเอียด>>
    --------------------------------------------------------------------------
  • พิธีเปิดอาคารเกศินี ที่ทำการแห่งใหม่ของ ปิติกรุ๊ป และ อีกหลายบริษัทในเครือ รายละเอียด>>
    --------------------------------------------------------------------------
  • ทวงสัญญาเลิกแปรรูปน้ำ - ไฟฟ้า อ่านต่อ>>
    --------------------------------------------------------------------------
  • "ศิริชัย" เชื่อ แปรรูป กฟผ .จะส่งผลให้ค่าไฟ ปรับราคาสูงในอนาคต อ่านต่อ>>
    --------------------------------------------------------------------------
  • อย่าพลาดโปรโมชั่นสุดพิเศษจากผลิตภัณฑ์ มัลติเซฟ ในงาน Thailand Business Fair 2004 ที่ BITEC 27-29 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>
    --------------------------------------------------------------------------
  • ปรับโครงสร้างกิจการไฟฟ้า เปิดทาง กฟผ. ผูกขาดเบ็ดเสร็จ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม>>
    --------------------------------------------------------------------------
  • ทวงสัญญาเลิกแปรรูปน้ำ - ไฟฟ้า

    กระแสคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ปะทุร้อนแรง ในเวลานี้ แท้จริง แล้วคือผลพวงที่เกิดขึ้นจากกฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ยุคไอเอ็มเอฟที่กำหนดให้รัฐบาลไทยขาย รัฐวิสาหกิจเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ ทว่า ถึงบัดนี้ หนี้ไอเอ็มเอฟชำระล่วงหน้าหมดสิ้นแล้ว แต่การขาย หรือ แปรรูป รัฐวิสาหกิจกลับไม่ได้สะดุดหยุดลง ด้วยเหตุที่รัฐบาลต้องการเพิ่มสินค้า เพิ่มมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ ที่สำคัญ รัฐวิสาหกิจกลุ่มแรกที่จะถูกนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ กลับเป็นกลุ่มสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา ซึ่งเป็นกิจการที่รัฐ ต้องลงทุนเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์สุขให้แก่ประชาชนเป็นสำคัญ

    แก่นแท้ของรัฐวิสาหกิจคือรับใช้ประชาชน กำลังจะถูกเปลี่ยนไปเป็นบริษัทมหาชน ที่มีแก่นแท้คือกำไรสูงสุด

    ................................

    ย้อนกลับไปในช่วงเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2543 พรรคไทยรักไทยได้ใช้นโยบายหาเสียงด้วยการกล่าวหา ฝ่ายตรงข้ามว่า ได้ออกกฎหมายทำลายประชาชนและประเทศชาติ พร้อมทั้งได้ให้สัญญาประชาคมว่า เมื่อได้รับ เลือกตั้งแล้วจะยกเลิกกฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า กฎ หมายขายชาติ นโยบายดังกล่าวเป็น ส่วนสำคัญที่ทำให้พรรคไทยรักไทยได้รับเสียงสนับสนุนล้นหลาม

    เมื่อพรรคไทยรักไทย ก้าวเข้ามาเป็นรัฐบาล การเร่งรัดให้ยกเลิกกฎหมาย จากกลุ่มภาคประชาชนที่ต่อสู้คัดค้าน เรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร กระทั่งเครือข่ายกลุ่มพันธมิตรกู้ชาติ 45 องค์กร เคลื่อนไหว ครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2545 จนนำไปสู่กระบวนการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้ง "คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขกฎหมายเศรษฐกิจ 11 ฉบับ" เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 45 ซึ่งมี พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธาน ที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

    ตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่คณะกรรมการดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายภาคประชาชน เช่น น.พ.สันต์ หัตถีรัตน์ น.พ.เหวง โตจิราการ ฯลฯ ที่ทำงานร่วมกันได้นำไปสู่ข้อสรุปในหลักการสำคัญ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนาม "เห็นชอบในหลักการ" เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 46

    ในบันทึกสรุปผลการพิจารณากฎหมายเศรษฐกิจ 11 ฉบับ ที่ได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีนั้น ในส่วนของ พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 สรุปว่า เห็นควรจัดทำกฎหมายฉบับใหม่ คือ พระราชบัญญัติการปรับปรุง และ พัฒนาประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ พ.ศ. ... ขึ้นมาใช้บังคับแทนพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 เพื่อการปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และลดภาระด้านงบประมาณภาครัฐ

    พร้อมกันนั้น ได้แบ่งกลุ่มรัฐวิสาหกิจออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา ฯลฯ อยู่ในบัญชีหนึ่ง คือ ยังเป็นของรัฐแต่เพียง ผู้เดียว หรือหากจัดรูปแบบเป็นบริษัทรัฐต้องเป็น ผู้ถือหุ้นร้อยละ 100 ส่วนบัญชีสอง รัฐบาลถือหุ้นร้อยละ 75 ขึ้นไป และสาม รัฐถือหุ้นน้อยกว่า ร้อยละ 75

    น.พ.เหวง โตจิราการ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย ที่ได้รับแต่งตั้งให้ร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุง กฎหมายฯ กล่าวว่า การแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เซ็นข้อตกลงไว้ในหลักการที่ประกาศต่อสาธารณะ ไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 46 ก็คือ รัฐวิสาหกิจในบัญชีหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นกิจการด้านสาธารณูปโภค รัฐต้องเป็น ผู้ถือหุ้นร้อยละ 100 เพราะเป็นกิจการที่มีความสำคัญต่ออธิปไตย ความมั่นคง และหลักประกันความเป็นอยู่ขั้น พื้นฐานของประชาชนในรัฐ "หลักการที่เป็นข้อตกลงนั้นไม่มีการเวิร์กต่อ แต่รัฐบาลกลับทำตรงข้าม คือเร่งขายการ ไฟฟ้า การประปา องค์การเภสัชกรรม

    "เมื่อเปลี่ยนรัฐวิสาหกิจไปเป็นบริษัทเอกชนมันเหมือนเปลี่ยนจากคนเป็นลิง ไม่มีแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ ดังนั้น ไม่ต้องมาอธิบายให้เสียเวลาว่ากระทรวงการคลังถือหุ้นเกิน 51%" ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย กล่าว

    ประเด็นสำคัญที่ น.พ.เหวง กล่าวถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคือ เมื่อไทยทำเอฟทีเอกับสหรัฐ หรือประเทศอื่นที่เหนือ กว่า รัฐวิสาหกิจที่แปรสภาพเป็นบริษัทเอกชนในตลาดฯจะถูกกลืนโดยทุนต่างชาติ และรัฐบาลไม่สามารถไปบังคับ อะไรได้เพราะทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กติกาเอฟทีเอ

    ประธานสมาพันธ์ฯ ยังกล่าวว่า ประเด็นที่รัฐบาลหยิบยกขึ้นมาเพื่อแปรรูปรัฐวิสาหกิจคือ 1. รัฐวิสาหกิจขาดทุน รัฐบาล ต้องไปกู้ 2.รัฐวิสาหกิจต้องให้รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ 3.ไม่โปร่งใส 4. คอร์รัปชั่นโกงกิน 5.ประชาชนตรวจสอบไม่ได้ ซึ่งทั้ง 5 ข้อ แก้ไขได้โดยไม่ต้องเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์

    น.พ.เหวงกล่าวต่อว่า กรณีของกฟผ.นั้น ความจริงแล้วไม่ใช่องค์กรที่ขาดทุน มีกำไรเข้ารัฐปีละไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท ส่วนรัฐวิสาหกิจทั้งระบบกำไรเข้ารัฐแสนกว่าล้าน นายกรัฐมนตรีพูดเองว่า กฟผ.ลงทุนล่วงหน้า 30 ปี เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ยับยั้งการลงทุนล่วงหน้าไว้ก่อน ส่วนความไม่โปร่งใสความผิดอยู่ที่ใครก็ลงโทษกัน เช่น ภาษีมูลค่า เพิ่มหมื่นกว่าล้านบาทไม่รู้ซุกอยู่ได้อย่างไร

    ส่วนการค้ำประกันเงินกู้ ผู้ว่าฯกฟผ.แถลงการกู้เงินเพื่อลงทุนปีละประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท รวมๆ แล้ว 10 ปี 400,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิเฉลี่ยปีละ 35,000-40,000 ล้านบาท มันครอบคลุมเงินกู้แล้ว รัฐไม่ต้องไป ค้ำประกัน

    ที่สำคัญ การนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้ตอบปัญหาความโปร่งใสเสมอไป กรณีของบริษัทเอนรอน ยักษ์ใหญ่ ด้านพลังงานของสหรัฐฯ คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน

    "ทางออกของปัญหาโกงกิน สามารถทำได้โดยการบริหารจัดการภายในที่ไม่โปร่งใสใหม่ คือให้ผู้บริหารแถลงผลงาน ทุก 3 เดือน แล้วลงโฆษณาผ่านทางสื่อต่างๆ รวมถึงการมีองค์กรกำกับดูแลที่เข้มแข็ง"

    น.พ.เหวง ยังชี้ประเด็นเรื่องการนำหุ้นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) เข้าตลาดเป็นกรณีตัวอย่างที่เห็นชัด ว่า กลุ่มทุนรายรอบนายกรัฐมนตรี กอบโกยกำไรเป็นแสนๆ ล้าน ซึ่งกฟผ.จะกำไรมากกว่านั้นอีก

    "ขอวิงวอนนายกรัฐมนตรี ที่เซ็นเห็นชอบในหลักการให้ยกเลิก พ.ร.บ.ทุนฯ และยกร่างขึ้นใหม่ กลับมาพิจารณา เรื่องนี้ใหม่ และแบ่งรัฐวิสาหกิจออกเป็น 3 กลุ่มตามบัญชีที่ตกลงกันเอาไว้" ประธานสมาพันธ์ฯ กล่าว

    อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าข้อตกลงที่นายก- รัฐมนตรีลงนามเห็นชอบในหลักการ ซึ่งเป็นผลจากการทำงานร่วมกัน กว่า 6 เดือนของฝ่ายรัฐและภาคประชาชน จะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า

    ยิ่งเมื่อพิจารณาจากบันทึกสรุปผลการพิจารณา พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจฯ ข้อ 5. ระบุไว้ว่า "การจัดแบ่งรัฐวิสาหกิจเป็น กลุ่มบัญชีแม้รัฐบาลจะเห็นชอบในหลักการ แต่รัฐบาลได้ดำเนินการล้ำหน้าไปมากแล้ว จึงเห็นควรให้คณะกรรมการ นโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้พิจารณาแบ่งกลุ่ม โดยคำนึงถึงมติของคณะกรรมการฯ และการมีส่วนร่วมของภาค ประชาชนเป็นหลัก" นั้น บอกความนัยไว้ว่าโอกาสถอยหลังกลับนั้นยากเต็มที

    และวานนี้ (24 ก.พ.) นายกรัฐมนตรี ก็แสดงท่าทีแข็งกร้าว พร้อมสำทับหนักแน่นที่จะเดินหน้าแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซึ่งหมายรวมถึงกฟผ.ต่อไป มิหนำซ้ำยังคาดโทษ ผู้ว่ากฟผ.ถึงขั้นให้ออก หากจัดการปัญหาม็อบที่เกิดขึ้นไม่สำเร็จ อีกด้วย

    ที่มา : ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547


     
    UserName ::
    Password ::
     





















    Home I About us I Contact I News I Products I Services

    couter

    ** pitisilom.com ขอสงวนสิทธิ์ในการกำหนดจำนวนสินค้าที่จะขาย รวมทั้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดสินค้า รายละเอียดภายในเว็บไซต์นี้
    รวมทั้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ตลอดจนความผิดพลาดจากการพิมพ์ และการผลิตเว็บไซต์ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า **

    บริษัท ปิติ สีลม เซ็นเตอร์ จำกัด เลขที่ 191/4 ซอย ศึกษาวิทยา ถนนสาทร แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร. 0-2635-0569 -78, 0-2635-0615-8   Fax.0-2635-0180 -1

    Copyright © 2002 Pitigroup.,Co.Ltd. All right reserved. If have any question please contact admin@pitisilom.com