> ค้นหาประเภท,ยี่ห้อ สินค้า ในเว็บ
โดยการใส่คำที่ต้องการค้น

 
UserName ::
Password ::
 




















 Now you are :: Pitisilom > Services > FAQ


What we do?
Customer List
FAQ

อ่าน FAQ ย้อนหลัง::

  • ข้อกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับฮาร์มอนิก และแรงดันกระเพื่อม ของการไฟฟ้านครหลวง มีรายละเอียดอย่างไร อ่านต่อ>>>
    ---------------------------------------------------------
  • โคออร์ดิเนชั่น ตามมาตรฐาน IEC 947-4-1 ต้องมีคุณสมบัติ อย่างไร อ่านต่อ>>
    ---------------------------------------------------------
  • จากที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ วิธีการทำ Discrimination ว่าสามารถ ทำได้โดย การเลือก และ ปรับตั้งเบรคเกอร์ คู่ที่เราพิจารณาให้มี Tripping curve ไม่เท่ากัน บางท่านอาจคิดว่า จะต้องวาด Tripping curve ของเบรคเกอร์ 2 ตัว ด้วยมือ อ่านต่อ>>
    ---------------------------------------------------------
  • Discrimination คืออะไร และ มีความสำคัญ อย่างไร อ่านต่อ>>
    ---------------------------------------------------------
  • เพาเวอร์เฟคเตอร์คืออะไร และการปรับปรุงค่า Power Factor มีประโยชน์อย่างไร อ่านต่อ>>
    ---------------------------------------------------------
  • อยากทราบคำนิยามต่างๆ ที่ใช้ในทางไฟฟ้าว่ามีความหมายอย่างไร อ่านต่อ>>
    ---------------------------------------------------------

  • FAQ :: Frequency Asked Questions

    Q คำถาม เพาเวอร์เฟคเตอร์คืออะไร และการปรับปรุงค่า Power Factor มีประโยชน์อย่างไร

    A คำตอบ ปัจจุบันกระแสเรื่องการประหยัดพลังงาน กำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก เราซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าภายในโรงงานก็สมารถช่วยทำ ได้โดยง่ายเช่นกัน โดยผลพลอยได้จกกการที่เราประหยัดพลังงาน นอกจากที่จะเป็นการช่วยประเทศชาติแล้ว ยังสามารถช่วยลด ค่าไฟฟ้าที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือนได้อีกด้วย ก่อนที่จะเริ่มพูดถึงวิธีการปฏิบัติ เราต้องเข้าใจถึงหลักกการ และประโยชน์ของการ ปรับปรุงค่า PF โดยใช้คาปาซิเตอร์ก่อน

    เพาเวอร์เฟคเตอร์คืออะไร ?

    เพาเวอร์เฟคเตอร์ (Power Factor) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าค่า P.F. นั้น คือค่าที่บอกลักษณะของโหลดทางไฟฟ้าว่าใช้ อัตราส่วนของ Active power และ Reactive power ในสัดส่วนเท่าใด เช่น หากเราพูดถึงค่า PF ของโรงงานแห่งหนึ่ง ค่า PF จะเป็นตัวบอกลักษณะการ Active และ Reactive power ของโหลดทุกตัวในโรงงานนั้นรวมกัน

    โหลดทางไฟฟ้าใดๆก็ตามจะต้องการกำลังไฟฟ้า 2 ส่วนเสมอ แต่อาจจะมีความต้องการในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน

      • Active power (P) : หน่วย Watt
        เป็นกำลังไฟฟ้าส่วนที่โหลดต้องการใช้เพื่อสร้างกำลังทางกล หรือ ความร้อน เป็นส่วนที่สร้าง output ที่สามารถนำมาใช้งานได้

      • Reactive power (Q) หน่วย Var
        เป็นกำลังไฟฟ้าส่วนที่โหลดต้องการเพื่อใช้ในการสร้างสนามวงจรแม่เหล็กที่หมุนวนในแกนเหล็กในตัวเครื่องจักร ดังนั้นเครื่องจักรที่อาศัยแกนเหล็กในการทำงาน เช่น มอเตอร์ หม้อแปลง บัลลาสของหลอดฟลูออเรสเซนต์ จะต้องการกำลังไฟฟ้าในส่วนนี้มากเป็นพิเศษ

    อย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้นว่า ค่า PF เป็นตัวบอกว่าโหลดที่เราพิจารณา ใช้อัตราส่วนของกำลังไฟฟ้าทั้ง 2 ส่วน นี้อย่างไร

    จากสูตรทางไฟฟ้า : ค่า PF หรือ ค่า cos


    จากสูตร และ รูปเวคเตอร์ สามารถสรุปได้ว่า ค่า PF จะมีค่าสูงสุดเท่ากับ 1 เมื่อโหลดไม่มีการใช้ Reactive power เลย (Q=0) และจะมีค่าน้อยลง (เข้าใกล้ศูนย์) เมื่อโหลดใช้ Reactive power (Q) มากขึ้น

    ดังนั้น โหลดต่างๆ ที่เราพบในการใช้งานจริงจึงมีค่า PF ต่างๆกัน ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนระหว่าง P และ Q เช่น

    มอเตอร์ที่โหลดขนาดต่างๆ
              ที่โหลด 100%  มี PF = 0.85
              ที่โหลด  75%   มี PF = 0.8
              ที่โหลด  50%   มี PF = 0.73
              ที่โหลด  25%   มี PF = 0.55
    หลอดฟลูออเรสเซนต์ (แบบธรรมดา) : PF = 0.5
    discharge lamps : PF = 0.4 to 0.6
    resistance type soldering machines : PF = 0.8
    fixed 1 phase are welding set : PF = 0.5

     

    อ่านต่อ >>>       


    Home I About us I Contact I News I Products I Services

    couter

    ** pitisilom.com ขอสงวนสิทธิ์ในการกำหนดจำนวนสินค้าที่จะขาย รวมทั้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดสินค้า รายละเอียดภายในเว็บไซต์นี้
    รวมทั้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ตลอดจนความผิดพลาดจากการพิมพ์ และการผลิตเว็บไซต์ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า **

    บริษัท ปิติ สีลม เซ็นเตอร์ จำกัด เลขที่ 191/4 ซอย ศึกษาวิทยา ถนนสาทร แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร. 0-2635-0569 -78, 0-2635-0615-8   Fax.0-2635-0180 -1

    Copyright © 2002 Pitigroup.,Co.Ltd. All right reserved. If have any question please contact admin@pitisilom.com