สมมติมอเตอร์ขนาด
0.25 kW ซึ่งมีประสิทธิภาพขณะ Full Load 60 %
ที่โหลด
25 %
มอเตอร์จะกินกำลังไฟฟ้า
0.25 x 1/4 = 0.0625 kW
ที่โหลด
25 %
มอเตอร์มีประสิทธิภาพ
41 %
คิดเป็นกำลังสูญเสีย 0.0625 x 59 % = 0.0369 kW
จากตารางที่
3
ถ้าใช้ฟังก์ชัน
Energy Saving จะประหยัดพลังงานได้ 30 %
คิดเป็นกำลังงานเท่ากับ
Psave = 0.0369 x 30 % = 0.0111 kW
คิดเป็น
4.425 % ของ 0.25 kW
หรือ
คิดเป็น 17.76 % ของ 0.0625 kW
พิกัดกำลังมอเตอร์(kW) |
ค่าประมาณการของพลังงานที่สามารถประหยัดได้
เมื่อเทียบกับกำลังสูญเสียสูงสุด (%) |
<5 |
30 |
55 |
10 |
110 |
4 |
>110 |
1 |
ตารางที่ 3 ค่าประมาณการพลังงานที่ประหยัดได้เมื่อใช้ฟังก์ชัน
Energy Saving
ตัวอย่างที่ 2 สสมมติว่าพิจารณามอเตอร์ขนาด
500 kW ซึ่งมีประสิทธิภาพขณะ Full Load เท่ากับ 97 %
และ 1/4 ของ Full Load เท่ากับ 93 %
ที่โหลด
25 %
มอเตอร์จะกินกำลังไฟฟ้า
125 kW
ที่โหลด
25 %
มอเตอร์มีประสิทธิภาพ
93 %
คิดเป็นกำลังสูญเสีย 0.0625 x 59 % = 0.0369 kW
จากตารางที่
3
คิดเป็นกำลังสูญเสีย
125 x 7 % = 8.75 kW
ถ้าใช้ฟังก์ชัน Energy Saving จะประหยัดพลังงานได้ 1
% คิดเป็นกำลังงานเท่ากับ
P Psave = 8.75 x 1 % = 0.0875 kW
คิดเป็น
0.0175 % ของ 500 kW
หรือ
คิดเป็น 0.07 % ของ 125 kW
จากตัวอย่างทั้งสองตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่า
การใช้ฟังก์ชัน Energy Saving จะประหยัดพลังงานได้น้อยมาก
สำหรับมอเตอร์ตัวใหญ่ แต่จะประหยัดได้มากขึ้นเมื่อมอเตอร์ตัวเล็กลง
แต่ก็ไม่เกิน 5 % ของพิกัดกำลังสูงสุด
จึงสรุปได้ว่าฟังก์ชัน Energy Saving
ของ Soft Starter ไม่ได้ช่วยประหยัดค่าไฟได้มากอย่างที่คิด
และดูเหมือนว่า ประโยชน์ที่ได้ทางไฟฟ้าที่เห็นเด่นชัดจะมีเฉพาะในเรื่องการเพิ่มความสามารถในการจ่ายโหลดของหม้อแปลง
จากรูปที่ 9 แสดงให้เห็นว่าการใช้ Soft
Starter จะทำให้แรงบิดเริ่มสตาร์ตลดลง ซึ่งการลดลงของแรงบิดเริ่มสตาร์ตนี้
จะมีทั้งผลดีและผลเสียดังนี้
2.1 ผลดีของการที่แรงบิดเริ่มสตาร์ตลดลง
ผลดีที่เห็นได้ชัดคือ ระบบจะสตาร์ตได้อย่างนิ่มนวลขึ้นซึ่งจะส่งผลดีตามมาในอีก
2 ทางคือ
2.1.1 ลดการกระชากทางกล
ผลดีข้อนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ทางกล เช่น
ลดการสึกหรอของเฟือง ทำให้เฟืองไม่พังเร็ว ลดการเกิดสลิปของสายพาน
ช่วยยืดอายุของสายพาน และการสูญเสียเนื่องจากความร้อน
ยืดอายุการใช้งานของแบริ่ง
2.1.2 ไลน์การผลิตไม่กระตุกขณะสตาร์ต
ทำให้กระบวนการผลิตมีความนิ่มนวลมากขึ้น
ประโยชน์ทางกลทั้งสองข้อนี้ถือได้ว่าเป็นประโยชน์หลักและประโยชน์ที่แท้จริงของการใช้
Soft Starter นอกเหนือ ไปจากใช้เพื่อเพิ่มความสามารถในการจ่ายโหลดของหม้อแปลง
แต่กลับเป็นประโยชน์ที่ผู้ขายไม่ค่อยพูดถึงบ่อยนัก เพราะไม่สามารถคำนวณระยะเวลาคืนทุนได้อย่างชัดเจน
แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องเกียร์พังบ่อย
ๆ สายพานพังบ่อย ๆ ผู้เขียนขอแนะนำให้ลองนำ Soft Starter
มาใช้ ผู้เขียน เชื่อว่า จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงได้อย่างมาก