การปรับ P.F. สามารถทำได้โดยการปรับมุม
ให้มากขึ้นเพื่อทำให้ความถี่มูลฐานของ V และ I ที่จ่ายให้มอเตอร์มีเฟสใกล้กันมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถใช้ Soft Starter เป็นตัวปรับ
P.F. ได้ เมื่อโหลดลดลง ในปัจจุบัน Soft Starter ของเกือบทุกยี่ห้อจึงมักมีฟังก์ชันนี้ติดมาด้วย
โดยเรียกชื่อว่าฟังก์ชัน Energy Saving และได้กลายมาเป็นจุดขายใหม่ของ
Soft Starter ในปัจจุบัน
ประหยัดค่าไฟได้แค่ไหน
โดยปกติมอเตอร์จะมีประสิทธิภาพอยู่ในช่วง
60 % ถึง 97 % โดยประมาณ ถ้าทำงานที่ Full Load ตามแต่ขนาด
ของมอเตอร์ดังตารางที่ 2 ซึ่งจะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพจะลดลงเรื่อย
ๆ เมื่อทำงานที่โหลดน้อยลงเรื่อย ๆ และ มอเตอร์ตัวใหญ่จะมีประสิทธิภาพดีกว่ามอเตอร์ตัวเล็กที่เปอร์เซ็นต์ของโหลดเท่ากัน
ตัวอย่างที่ 1 สมมติว่าเรามาพิจารณากรณีที่ประสิทธิภาพแย่ที่สุด
คือมอเตอร์ตัวเล็กที่สุด ซึ่งจะมีประสิทธิภาพเพียง 41
% ขณะทำงานที่โหลด 1/4 ของ Full Load นั่นหมายความว่ามี
Loss 59 % ซึ่งใน 59 % นี้ จะแบ่งออกเป็น Core Loss,
CU Loss และ Winding Loss แต่เนื่องจากเรากำลังพิจารณา
สภาวะโหลดต่ำ ดังนั้น Core Loss จะมากกว่า CU Loss มาก
ตารางที่ 1 P.F. ของมอเตอร์ที่ขนาดของโหลดต่าง
ๆ กัน

ตารางที่ 2 ประสิทธิภาพของมอเตอร์ที่ขนาดของโหลดต่าง
ๆ กัน
การใช้ฟังก์ชัน Energy Saving จะทำให้สามารถลดขนาดของกระแสที่จ่ายให้มอเตอร์ลงได้
ดังแสดงในรูปที่ 11 โดยขนาดของกระแสที่ลดลงนั้นจะทำให้สามารถประหยัดพลังงานได้
แต่ขนาดของพลังงานที่ประหยัดได้ จะมีขนาดแตกต่างกัน
ตามขนาดของมอเตอร์ดังแสดงในตารางที่ 3 ในกรณีที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้เป็นมอเตอร์ตัวที่เล็กที่สุด
ดังนั้นจะประหยัดได้ 30 % เพื่อให้เป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น
จะขอยกตัวอย่างเป็นตัวเลขดังนี้